isabye.com

 วันที่ 30 ก.ค 2564 เข้าชม  577 ครั้ง

การดูดไขมัน Liposuction

คนที่ไม่ออกกำลังกายและอายุเริ่มมากขึ้น จะมีการสะสมไขมันตามร่างกายโดยเฉพาะส่วนหน้า คาง คอ เต้านม หน้าท้อง ก้น ต้นขา สมัยก่อนการรักษาจะทำโดยการผ่าตัด แต่ก็มีโรคแทรกซ้อนและใช้เวลานานกว่าแผลจะหาย จนกระทั่งมีการพัฒนาเทคนิคการดูดไขมัน tumescent liposuction
 
วิธีการทำ tumescent liposuction
 
เริ่มจะมีการฉีดสารละลายระหว่างยาชาและยา epinephrine ซึ่งจะไม่ให้เลือดออกมาก หลังจากนั้นก็จะกรีดผิวหนังเป็นรอยเล็กแล้วสอดท่อเข้าบริเวณที่จะดูดและเปิดเครื่องดูด ก็จะได้ไขมันออกมา หลังจากนั้นใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่ดูดเพื่อให้แผลหายเร็วและรูปร่างเข้าทรง
 
 
ข้อดีของการดูดไขมัน
 
ผิวหนังบริเวณที่ถูกดูดจะเรียบ ไม่ค่อยมีรอย
เลือดออกน้อย
เกิดรอยช้ำเขียวน้อย
หายเร็ว
 
  
ข้อบ่งชี้ในการดูดไขมัน
 
ใช้ดูดไขมันในกรณีที่ออกกำลังและคุมอาหารแล้วไขมันไม่ลด
กล้ามเนื้อบริเวณที่จะดูดต้องแข็งแรง
ผิวหนังบริเวณที่ถูกดูดต้องมีความยืดหยุ่นดี
 
หลังการดูดไขมัน
 
ยาชาจะออกฤทธิ์ประมาณ 24 ชั่วโมง
ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวดีขณะที่มีการดูดไขมัน
ผู้ป่วยจะกลับไปทำงานได้ตามปกติ
หลังจากดูด 7 วันจึงจะออกกำลังกายได้
 
 
 
โรคแทรกซ้อน
 
พบได้ไม่มาก ได้แก่
 
ผิวหนังเป็นปม มีก้อนใต้ผิวหนัง แผลเป็น
ชา การติดเชื้อ แผลเป็น เสียชีวิตเนื่องไขมันเข้าเส้นเลือด
เสียเลือด และน้ำทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ
โรคแทรกซ้อนจะพบมากในภาวะดังต่อไปนี้
 
นำไขมันออกมากเกินไป
ทำการผ่าตัดหลายชนิดในการทำครั้งเดียว
การดมยาสลบ
ข้อที่ควรจะระวังการดูดไขมันมิใช่เป็นการลดน้ำหนัก การดูดไขมันจะเป็นการดูดไขมันเฉพาะที่เพื่อลดสัดส่วนของร่างกายให้ดูดี ารดูดไขมันหน้าท้อง
 
เป็นการดูดไขมันที่นิยมทำเนื่องจากไขมันจะมาสะสมบริเวณหน้าท้อง การดูดไขมันจะทำให้ทรวดทรงดีขึ้น ผู้หญิงที่อ้วนเมื่อลดน้ำหนักลงได้แต่ไม่สามารถลดเส้นรอบเอว หรือยังลงพุงการดูดไขมันจะช่วยทำให้ดูดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากไขมันบริเวณนี้จะไม่ค่อยลดแม้ว่าจะออกกำลังหรือควบคุมอาหาร
 
เมื่อพบแพทย์ครั้งแรก
 
แพทย์จะถามถึงความคาดหวังของผู้ป่วย หลังจากนั้นแพทย์จะอธิบายถึงวิธีการทำ ทางเลือกอื่น ราคา โรคแทรกซ้อน ข้อจำกัดของการทำ
 
หลังจากนั้นแพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจความยืดหยุ่นของผิวหนัง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ตำแหน่งที่ไขมันสะสม แพทย์จะบันทึกประวัติการเจ็บป่วย ประวัติการใช้ยา ประวัติการขึ้นของน้ำหนัก การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย สำหรับท่านผู้อ่านท่านต้องถามแพทย์เรื่องที่ท่านสงสัย ขอดูรูปของคนที่เคยทำ ถามเรื่องโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น รวมทั้งบุคคลที่เคยทำเพื่อท่านจะได้ขอข้อมูล
 
วิธีการทำ
 
ขั้นแรกแพทย์จะขีดแนวบริเวณที่จะดูดไขมัน แพทย์จะให้น้ำเกลือแก่ผู้ป่วยเพื่อรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย หากบริเวณที่ทำกว้างก็จะต้องวางยาสลบ แต่หากไม่กว้างก็จะให้ยานอนหลับ
 
แพทย์จะกรีดแผลเล็กๆในบริเวณกางเกงใน แล้วจะสอดท่อเล็กซึ่งต่อกับเครื่องดูด เครื่องจะดูดไขมันออกมาตามที่ต้องการ โดยไม่ทำลายเส้นเลือด หรือเส้นประสาท นอกจากนั้นแพทย์อาจจะใช้น้ำเกลือผสมยาชาฉีดเข้าไปก่อนซึ่งจะทำให้เลือดออกน้อย ดูดไขมันได้ง่ายขึ้น ลดอาการบวม นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาวิธีการสลายไขมันโดยใช้เครื่อง ultrasound ช่วยเรียกว่า ultrasound-assisted liposuction (UAL) ส่วน tumescent technique คือการฉีดน้ำเกลือเข้าไปบริเวณที่จะดูดก่อน ส่วนวิธีดั่งเดิมเรียก dry liposuction ปัจจุบันนิยมลลดลงเนื่องจากต้องใช้ยาสลบ
 
การดูดแต่ละครั้งจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงหลังทำสามารถกลับบ้านได้ นอกเสียจากปริมาณไขมันที่ดูดมีปริมาณมาก หรือทำการผ่าตัดหลายชนิด
 
รอยช้ำเลือดที่เกิดจากการดูดไขมันจะใช้เวลา 3 สัปดาห์จึงจะหาย แต่สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติหลังจากการดูด 2-3 วัน ไม่ทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากการดูดไขมัน และต้องสวมที่รัดหน้าท้องจนกระทั่งแพทย์ให้เอาออก
 
ผลการรักษา
 
หลังจากการดูดไขมันจะเริ่มพบกับการเปลี่ยนแปลงประมาณ 3 สัปดาห์ แต่จะเห็นผลเต็มที่เมื่อเวลา 6-12 เดือน แต่ต้องพึงระลึกว่าการออกกำลังกายจะทำให้ผิวหนังและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นดีขึ้น รูปร่างของท่านจะดูดีขึ้น ไขมันบริเวณนั้นจะไม่เพิ่มขึ้นเนื่องจากได้ดูดเซลล์ไขมันในบริเวณหมดแล้ว หากน้ำหนักท่านขึ้นก็เป็นจากไขมันบริเวณอื่น
 
เนื่องจากผิวหนังของคนสูงอายุจะหย่อนยานดังนั้นผลการรักษาจึงไม่ดีเหมือนคนหนุ่มสาว
 
การดูดไขมันต้นขา
 
ปัญหาที่สำคัญของผู้หญิงอีกอย่างคือการที่มีต้นขาใหญ่ ออกกำลังแล้ว อบสมุนไพรแล้ว น้ำหนักก็ลดลงแต่ขนาดต้นขาก็ไม่ยอมลด ที่เป็นเช่นนี้เพราะไขมันส่วนนี้จะดื้อต่ออาหารและการออกกำลังกาย ขั้นตอนการดูดไม่ต่างจากการดูดไขมันหน้าท้อง ตำแหน่งที่แพทย์จะกรีดคือบริเวณก้น ในบางรายแพทย์จะคาสายยางเพื่อระบายนำเหลือง และจะให้ยาปฏิชีวนะทาบริเวณแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หลังผ่าจะต้องสวมถุงสำหรับรัดบริเวณที่ดูดไขมันเป็นเวลา 6 สัปดาห์หลังจากดูด
 
ผู้ที่เหมาะสำหรับการดูดไขมัน
 
มีการสะสมของไขมันที่ขาเป็นบางบริเวณ
บริเวณดังกล่าวไม่เคยได้รับการผ่าตัด
ผิวหนังต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ ไม่เหี่ยวย่น
นำหนักไม่เปลี่ยนแปลงมาก
ต้องการลดต้นขาเท่านั้น(ไม่ต้องการลดน้ำหนัก)
ไม่มีโรค เช่นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดขาตีบ
อารมณ์ไม่แปรปรวน
ไม่สูบบุหรี่
ต้องยอมรับข้อจำกัดของการดูดไขมัน
ไม่หวังผลเลิศเกินไป
 
การดูดไขมันที่คอ
 
หน้าและคอเป็นบริเวณที่เห็นได้ง่าย หากมีการสะสมของไขมันในบริเวณนี้ก็จะทำให้ดูสูงวัย ไขมันบริเวณนี้ก็เหมือนกับไขมันบริเวณอื่นข้างต้นคือคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็ไม่สามารถลดปริมาณของไขมันบริเวณนี้
 
วิธีการทำเหมือนกับการดูดไขมันหน้าท้อง ตำแหน่งที่จะกีดแผลมักจะบริเวณใต้คางหรือหลังหู การดูดไขมันที่คอมักจะทำร่วมกับการดึงหน้า