isabye.com

 วันที่ 4 ส.ค 2564 เข้าชม  8,390 ครั้ง

ร้อนแค่ไหน ผิว ก็สวยได้

 ในหน้าร้อนสาว ๆ มักกลัวผิวเสียสวย คนรักสวยรักงามจึงปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดอย่างเต็มที่ แต่การใช้ครีมกันแดดอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอ 
 
ผิวคุณต้องการการบำรุงเร่งด่วนแค่ไหน 
 
  หากคุณรู้สึกว่าผิวตึงหลังล้างหน้าครึ่งชั่วโมงละก็ แสดงว่าผิวคุณต้องการเดย์ครีมที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน วิธีสังเกตประเภทผิว คือ ล้างหน้าเสร็จให้รอหนึ่งชั่วโมงโดยยังไม่ต้องทาเดย์ครีม จากนั้นใช้กระดาษซับจมูก หน้าผากคางและแก้ม หากกระดาษทั้งแผ่นเป็นคราบมันแสดงว่าคุณเป็นคนผิวมัน หากเป็นผิวผสมก็จะเห็นคราบมันเฉพาะที่โซน (หน้าผาก จมูก คาง) แสดงว่าผิวคุณต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทออยล์ฟรีที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวและลดความมัน
 
ผิวแห้งต้องการความชุ่มชื้นหรือไขมัน
 
  ผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย ต้องการความชุ่มชื้นสังเกตง่าย ๆ คือ หลังล้างหน้าแล้วผิวตึง สาก และคัน เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ผิวแห้ง ซึ่งคนผิวแห้งส่วนใหญ่จะมีรูขุมขนที่ละเอียดและไม่สามารถผลิตไขมันได้เพียงพอ การจะทำให้ผิวมีความสมดุลจึงต้องการครีมบำรุงที่เข้มข้น เพื่อรักษาไขมันของผิวตามธรรมชาติและอาจช่วยกระตุ้นการผลิตไขมันของผิว
 
ผิวผสมสำหรับสาววัย 30+ ต้องการครีมต้านริ้วรอยมั้ย 
 
  ผู้หญิงที่มีผิวผสมและเริ่มมีริ้วรอยแรกมาเยือน แล้วใช้ครีมต้านริ้วรอยอาจรู้สึกมากเกินไป เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกว่า ครีมไม่ได้ซึมเข้าสู่ผิวอย่างแท้จริง และยิ่งทำให้ผิวมันมากขึ้น ผิวชนิดนี้จึงต้องการผลิตภัณฑ์เดย์และไนท์ครีมที่ระบุว่า "Light" ซึ่งเป็นครีมต้านริ้วรอยที่จะช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และริ้วรอยลึกให้ตื้นขึ้น และยังช่วยป้องกันผิวไม่ให้แก่เร็วก่อนวัย ครีม ประเภท "Light" จะซึมเข้าผิวเร็วโดยไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน
 
ความแตกต่างระหว่างครีมและฟลูอิด
 
  ครีมมีส่วนผสมที่เป็นน้ำมันมากกว่า ในขณะที่ฟลูอิด เช่น โลชั่น มีความชุ่มชื้นสูงกว่า หรือ "Emulsion" จะมีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันชนิดต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมี  "Emulsion" ที่เหมาะกับทุกสภาพผิวและให้ผลที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ เช่น ในฤดูร้อนก็เหมาะที่จะใช้  "Emulsion" เบา ๆ ที่ให้ความสดชื่นแก่ผิว
 
หลังล้างหน้าทำไมผิวแห้งมากและคัน
 
อาจเป็นเพราะคุณใช้น้ำอุ่นล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะกับผิวคุณ คุณควรใช้เจลล้างหน้าเพราะจะให้ความรู้สึกที่สะอาดสดชื่น เหมาะกับผิวธรรมดาและผิวมันอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย คือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภท "Emulsion" ที่จะทิ้งความมันให้กับผิว เช่น มีส่วนผสมของอัลมอนด์และน้ำมัน "Calendula" ส่วนการทำความสะอาดเมคอัพที่ดีที่สุดคือ "Cleansing Milk" ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมัน น้ำและ "Emulsifiers" ในการทำความสะอาดคราบน้ำมัน สิ่งสกปรกและจุดด่างดำ ทั้งนี้โพลีเมอร์ (Polymere) และน้ำมันที่เข้มข้นจะช่วยให้นมมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเครื่องสำอางโดยไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็ยังใช้ได้ รวมทั้งผิวรอบดวงตาด้วย
 
Tip : สุดท้ายควรใช้ Toner เช็ดอีกครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวสร้างเกราะคุ้มกันผิวได้เร็วขึ้น
 
ควรมาส์กหน้าบ่อยแค่ไหน 
 
  ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ อย่างเช่น มาส์กทำความสะอาดหน้า หากใช้บ่อย ๆ จะทำให้ผิวแห้งมากและเป็นสิว หากผิวมัน สามารถมาส์กได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ส่วนมาส์กที่เป็นครีมสามารถทำได้ทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีความเครียด ผิวตึงหรือคัน และยังเหมาะกับผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายอีกด้วย ส่วนผสมที่มี เช่น อะโลเวราและ "Camomile" ยังช่วยปลอบประโลมผิวและให้ความชุ่มชื้นกับผิวอีกด้วย ช่วยให้ผิวผ่อนคลาย เรียบเนียน และสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด
 
Peeling ทำร้ายผิวมั้ย 
 
หากคุณมีผิวที่สุขภาพดี การ Peeling อ่อน ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นการขจัดเซลล์ผิวเก่าด้านบนออกเท่านั้น เหมือนการทำความสะอาดผิว ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผิวมีปัญหา ควรเลือกผลิตภัณฑ์ Peeling ที่เหมาะกับผิว อย่างผิวแห้งและเป็นขุยควรใช้ผลิตภัณฑ์ Peeling ที่เป็นเม็ดละเอียดมากและมีสารบำรุงผิวผิวธรรมดาสามารถใช้ Peeling ที่มีเอ็นไซม์ ผลไม้ เช่น สับปะรดและมะละกอ
 
Tip : ลงน้ำหนักนิ้วบริเวณ หน้าผาก จมูก และคาง ขัดเป็นวงกลม และลงน้ำหนักเบา ๆ บริเวณแก้มและผิวรอบดวงตา หากเป็นผิวธรรมดาและผิวผสมสามารถ Peeling ได้ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อเผยผิวที่ละเอียดอ่อน
 
Line Filler คืออะไร
 
  หลังจากทาเดย์ครีมแล้ว การลงผลิตภัณฑ์  Filler เพื่อกลบริ้วรอยจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นเพราะมีซิลิโคนหรือไมโครพิกเม้นต์ ที่ช่วยเติมเต็มร่องริ้วลึก และมีพิกเม้นต์สะท้อนแสงที่ช่วยได้มากขึ้น Line Filler ส่วนใหญ่ช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่เต็มตึง
 
Thermal sprays คืออะไร 
 
  เป็นน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุและแร่ธาตุจำเป็น ในการช่วยปลอบประโลมผิวหลังโกนหนวดและถอนขนได้ดี