isabye.com

 วันที่ 10 ส.ค 2564 เข้าชม  510 ครั้ง

ฝี สาเหตุ และวิธีการป้องกัน และรักษา
ฝี (อังกฤษ: abscess) ก้อนสีแดงกดเจ็บที่มีใจกลางเป็นเชื้อโรคกับเซลล์ที่ตายแล้ว

ฝีเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกายครับ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่ชั้นใต้ผิวหนัง รอบก้น ใบหน้า ลำคอ รักแร้ และขาหนีบ ตามรูขุมขนต่างๆ

สาเหตุการเกิดฝี มาจากการติดเชื้อที่บริเวณผิวหนัง ของเชื้อแบคทีเรีย “สแตฟฟิโลคอคคัส”

ซึ่งสามารถเกิดที่บริเวณใดก็ได้ แต่มักจะเกิดตามบริเวณก้น

รวมถึงการรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ หรือการเสียดสีกับเสื้อผ้า
ปกติแล้วแผลจะแตกและหายเองในเวลา 2 – 3 สัปดาห์

การดูแลรักษา คือ ใช้สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีไตรโคลซาน หรือเฮ็กซาคลอโรฟิน
เป็นส่วนผสมก็จะสามารถช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังออกไปได้
หรืออาจจะกินยาแก้อักเสบควบคู่ไปด้วยก็ได้

ฝีไม่ว่าจะเกิดที่ใดก็ตามก็เป็นกลไกของร่างกายครับ ในการควบคุมให้เชื้อโรคอยู่ในขอบเขต ไม่ให้แพร่กระจาย

จึงมีการสร้างผนังหุ้มรอบเชื้อโรคไว้

 

ปัญหาของฝีคือ ยาฆ่าเชื้อมักจะเข้าไปฆ่าเชื้อข้างในฝีไม่ได้ วิธีการเดียวก็คือทำให้เชื้อโรคและเซลล์ข้างในที่ตายแล้วออกมา(หรือที่เรียกว่าหนองนั่นแหละครับ) ซึ่งแพทย์จะมีวิธีการผ่าฝีเพื่อเอาเชื้อโรคข้างในออกมาครับ

ฝีสามารถเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ครับ สมอง ตับ ม้าม ปอด ใต้ผิวหนัง ไต เกิดได้หมดครับ

สาเหตุของฝี
ฝีส่วนใหญ่เกิดการติดเชื้อครับ เช่นติดเชื้อที่รูขุมขน หรือมีเชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังครับ และเมื่อเชื้อโรคเข้าไปอยู่ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบและมีเม็ดเลือดขาวเข้ามาในการพยายามที่จะกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้

ในใจกลางของฝีจะมีของเหลวครับซึ่งเกิดจากเซลล์ที่ตายแล้ว แบคทีเรีย ซึ่งจะค่อยๆสะสมมากขึ้นและทำให้เกดิการอักเสบแก่เนื้อเยื่อรอบๆทำให้เกิดความเจ็บปวดเวลาที่กด

คนที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายที่อ่อนแอมักจะเกิดฝีได้ง่ายกว่าปกติ และมีความเสี่ยงที่ฝีจะรุนแรงและมีขนาดใหญ่นั่นเป็นเพราะว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ครับ

ฝี สาเหตุ และวิธีการป้องกัน และรักษา

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายที่อ่อนแอและเกิดฝีได้ง่ายได้แก่

  • ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ
  • ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน
  • ผู้ที่เป็นมะเร็ง
  • ผู้ที่เป็นเอดส์
  • ผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลิวคีเมีย)
  • ได้รับบาดแผลไฟไม้ น้ำร้อนลวก
  • ได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง

อาการของฝี
โดยทั่วไปแล้ว ฝีจะเป็นก้อน ปวด ที่มีสีออกแดงๆ เมื่อจับดูจะรู้สึกร้อน และกดเจ็บ

เมื่อฝีมีขนาดโตขึ้น จนถึงจุดๆหนึ่ง คุณจะคลำได้หัวฝีแล้วไม่นานก็จะแตกออกเอง

โดยส่วนใหญ่ถ้าไม่รักษา อาการจะแย่ลงครับ แล้วเชื้อโรคก็จะสามารถแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้เกิดเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด

ถ้าเชื้อแพร่เข้าสุ่กระแสเลือดแล้ว คุณจะรู้สึกมีไข้ ป่วย ไม่สบายครับ

เมื่อไหร่ที่คุณควรไปพบแพทย์

  • เมื่อฝีมีขนาดใหญ่มากกว่า 1 เซนติเมตร
  • เมื่อฝีมีขนาดใหญ่มากขึ้นและปวดมากขึ้น
  • เมื่อคุณมีโรคประจำตัวเช่น AIDS มะเร็ง เบาหวาน หรือใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
  • เมื่อคุณใช้ยาประเภทสเตอรอยด์
  • เมื่อฝีมีตำแหน่งอยู่ใกล้ทวารหนัก หรืออยู่ที่บริเวณขาหนีบ
  • เมื่อคุณมีไข้มากกว่า 37.8 องศาเซลเซียส

และให้ไปพบแพทย์ ทันทีที่…

  • เมื่อมีไข้มากกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือใช้ยาสเตอรอยด์มาเป็นระยะเวลานาน หรือได้รับยาเคมีบำบัด หรือได้รับการฟอกเลือด
  • เมื่อคุณเกิดฝีและคลำได้ก้อนที่ใดก็ตามที่อยู่ระหว่างฝีกับหน้าอกครับ เช่น คุณมีฝีที่เท้าแล้วคลำได้ก้อนกดเจ็บที่ขาหนีบ หรือมีฝีที่แขนแต่คลำก้อนได้ที่รักแร้ เป็นต้น
  • ฝีที่ใบหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร

การตรวจและการวินิจฉัย
แพทย์จะทำการซักประวัติเกี่ยวกับ…

  • ฝีเกิดมานานแล้วเท่าไหร่
  • เคยได้รับบาดเจ็บหรือเคยมีแผลบริเวณนั้นหรือไม่
  • ได้รับประทานยาอะไรอยู่บ้าง
  • อยู่บ้านมีไข้หรือไม่

แพทย์จะทำการตรวจฝีและเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆฝีครับ ถ้าฝีอยู่ใกล้กับทวารหนัก แพทย์อาจต้องตรวจโดยใช้นิ้วทางทวารหนัก นอกจากนี้แพทย์จะตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณรอบนอกด้วยครับ

การรักษาฝีที่บ้าน

  • ถ้าฝีมีขนาดน้อยกว่า 1 เซนติเมตร แนะนำให้ประคบร้อน(ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ)ประมาณ3 นาทีวันละ 4ครั้ง ก็พอช่วยได้ครับ
  • อย่าพยายามเจาะหนองออกเองนะครับ เพราะว่าอาจเพราะว่าถ้าคุณเจาะเอง อาจเกิดการติดเชื้อเข้าไปข้างในและการเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

การรักษาทางการแพทย์

  • โดยทั่วไปแพทย์จะใช้วิธีผ่าเอาฝีออกครับ แล้วคุณจะได้รับการฉีดยาชา แต่ว่ายาชาไม่ได้ทำให้ไม่รู้สึกทั้งหมดนะครับ แต่คุณจะเจ็บน้อยลง
  • ถ้าฝีใหญ่อาจต้องดมยาสลบผ่า
  • แพทย์จะทายาฆ่าเชื้อบริเวณที่จะผ่าครับ แล้วคลุมด้วยผ้าปราศจากเชื้อรอบบริเวณที่จะผ่าฝี
  • ต่อจากนั้นก็จะลงมีดกรีดลงไปที่ฝีแล้วล้างจนหนองออกไปหมด
  • หลังจากนั้นแพทย์อาจจะใส่ผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือดแล้วเปิดแผลทิ้งไว้สัก1-2วันเพื่อระบายหนองออกหรือใส่ท่อระบายครับ
  • แพทย์อาจให้ยาแก้ปวดครับ

โดยทั่วไปแล้วภายหลังจากที่เจาะฝีแล้วระบายหนองออกแล้ว อาการมักจะดีขึ้นแทบทันทีเลยครับ

การป้องกัน

  • รักษาความสะอาดครับ ด้วยน้ำและสบู่อย่างสม่ำเสมอ
  • ให้ไปพบแพทย์ทันทีที่เป็นแผลที่เกิดจากการทิ่มแทงเข้าสู่ผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณคิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในบาดแผล หรือถ้าคุณมีความเสี่ยงข้างต้นครับ